Inner peace

November 13, 2014 – Preview wedding

หลังจากได้เริ่มเตรียมงานมงคล จนได้สถานที่ เป็นรีสอทร์ทเล็กๆ แบบส่วนตัว ริมทะเล นั่นก็คือ แหลมสิงห์ไวท์เฮ้าท์รีสอร์ท เห็นครั้งแรกก็ประทับใจเลย ทั้งรูปแบบห้องพัก และบรรยากาศรอบๆ อะไรๆก็เหมือนจะเข้าที่เข้าทาง อยู่กันมาได้อย่างสบายใจ เพราะได้คุยกับทางออแกไนซ์เซอร์  (ลันตา  เมมโมรี่ออฟเลิฟ) ไว้เรียบร้อย

…แต่ก็มาโดนความไม่รับผิดชอบ ความไม่ซื่อสัตย์ ไม่ตรงต่อเวลา ที่สำคัญโกหกเรื่องการลงดูพื้นที่ เพื่อจัดเตรียมงานให้เข้ากับตีม ขอเลื่อนเวลา นัดส่งเลย์เอ้าท์ เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนทางว่าที่เจ้าสาว ไม่ปลื้มอย่างมาก สั่งปลดออแกไนซ์เซอร์เจ้านี้กลางอากาศเลย ตั้งใจจะจัดซะเอง แต่ก็ไม่มีทั้งแรงงาน และเวลา คราวนี้ก็ได้แต่หาออแกไนซ์เซอร์เจ้าใหม่ ได้แต่หวังว่าเจ้าใหม่นี้เค้าจะไม่เป็นแบบเจ้าที่ผ่านมานะ คิดๆแล้ว นี่เป็นนิสัยของคนจันท์ที่เราเจอบ่อยๆ แต่ก็ไม่ชินกับนิสัยแบบนี้ซักที จะว่าไป งานเราตอนนี้ก็ยังไม่ไปถึงไหนเลย เหมือนจะมีเวลาอีกตั้งเดือน แต่เอาเข้าจริงๆ ต่างคนต่างงานยุ่งเวลาแต่ละวันก็ผ่านไปเร็วมาก ว่าที่เจ้าสาวเค้าบอกว่าทัน ยังไงก็ทัน ก็คงต้องเชื่อนักวางแผนแบบเค้าล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า

August 26, 2014 – Start preparing to be a bridegroom

เริ่มต้นวางแผนการเงิน การจัดเตรียมงาน ธีมในงานแต่งงานกันตั้งแต่บัดนี้แล้ว เพราะวันที่ ๒๕ ธ.ค. ๕๗ นี้ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่จะสละโสดเสียที เผลอแป๊บเดียวเรารู้จักกันมาสิริรวมได้ ๕ ปี แล้วสินะ  เพอร์เฟคชั่นนิสต์แบบครูนิจ กว่าจะพิชิตใจได้ เล่นเอาเกือบถอดใจไปหลายหนเหมือนกัน แต่เราก็พิชิตใจจนสำเร็จ แสดงว่าเราก็ไม่ธรรมดานะเนี่ย ฮิฮิ

Wedding date

Wedding date

ฤกษ์วันแต่งได้มาเป็นวันคริสต์มาส ได้มาจากคุณพ่อของแพน เพื่อนครูนิจ เปิดตำรามาเป็น ฤกษ์ปุรณเศรษฐี วันพฤหัสบดี ขึ้น ๕ ค่ำ เป็นฤกษ์ดีและฤกษ์สะดวกด้วย ส่วนเวลาส่งตัวเจ้าสาว ๙.๑๕ น. ฮี่ๆ

เวลาดูจะจำกัดแค่ ๔ เดือน เหมือนจะนานแต่ก็คงไม่นานนัก การจัดการต่างๆ ที่ต้องให้ลงตัวที่สุดดีที่สุดภายใน ๑ วัน ต้องวางแผนประสานงานทั้งที่จันทบุรีและที่กรุงเทพ เพราะสถานที่จัดงานอยากได้เป็นริมทะเล รีสอร์ทน่ารักๆ หรือโรงแรมดีๆ ราคาไม่แพงที่ยินดีรับจัดพิธีสงฆ์ตอนเช้าได้ ฮิๆ

July 29, 2014 – 56th Blood Donation

ครั้งที่ ๕๖ แล้วสินะที่ได้บริจาคเลือด …แต่วันนี้ตั้งใจออกไปบ้าน มรว. คึกฤทธิ์ ที่สวนพลู กับครูนิจด้วยกัน เพื่อไปดูทำเลเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยงมงคลซะหน่อย แต่แล้วเปลี่ยนใจแวะไปดูที่สยามสมาคม ในพระบรมชินูปถัมภ์ ที่อโศกแทน แหะๆ เพราะโทรสอบถาม บ้าน มรว. คึกฤทธิ์ แล้ว ราคา ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ไม่มีอะไรให้เลย ต้องเช่าที่จอดรถเพิ่มอีกวันละ ๔,๐๐๐ บาท มาที่สยามสมาคมโดยนั่ง MRT มาลงที่สถานีสุขุมวิท ออกประตู ๑

เป็นสวนร่มรื่นบ้านเรือนไทย (บ้านคำเที่ยง) มีห้องประชุมจัดงานได้ประมาณ ๒๐ โต๊ะ ราคาเช่าสถานที่ก็ ๕๐,๐๐๐ บาทถ้วน รวมโต๊ะ รวมเครื่องเสียง โปรเจคเตอร์ ที่จอดรถบนตึกอีกประมาณ ๙๐ คัน และตรงด้านหน้าสมาคมอีก ๒๕ คันแต่ไม่รวมอาหารและการจัดตกแต่งอื่นๆ (แพงจริงๆ) คาดว่ารวมเบ็ดเสร็จแสนนึงไม่น่าจะอยู่ เปลืองสิ้นดี ผิดคอนเซปครูนิจ เรียบง่าย งบไม่บานปลาย จึงต้องแคนเซิลที่นี่ไป

บ้านคำเที่ยง (สยามสมาคม)

บ้านคำเที่ยง (สยามสมาคม)

 

July 18, 2014 — จุฬาอาสาช่วยกาชาด

เมื่อวาน ๑๗ ก.ค. ๕๗ ไปเที่ยวงานจุฬาอาสาช่วยกาชาดกับครูนิจมา ตั้งใจจะแวะไปดูต้นไม้(ถ้ามี) แต่จริงๆ เป็นผลพลอยได้จากการไปแวะกินสเต็กที่สามย่านมา

ในงานกาชาดที่ไหนๆ ก็มีแต่ร้านขายเสื้อผ้ากว่า ๗๐% เป็นร้านอาหารอีก ๒๐% ส่วน ๑๐% เป็นอื่นๆ เหอๆ

ได้ข้าวกล้องหอมมะลิ ได้เจเล่บิวตี้มา ๒๐ ห่อแน่ะ ก็เค้าขายห่อนึงแค่ ๒๐ บาท (มี ๓ ถุง) เอามาขายให้เด็กๆ ก็ถุงละ ๑๐ บาทเอง เหอๆ เด็กที่มาเรียนนี่สบายใจได้ ฮ่าๆ ฐานะมั่นคงทุกคน

กลับมาจากงานจุฬาเกือบมาสอนไม่ทัน เหอๆ มาเตรียมตัวสอนกันพัลวันไปเลย ฮ่าๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

July 16, 2014 – Study Life cycle of rice

ก่อนเริ่มการศึกษาได้ลองเปิดเวป ได้คุยกับครูนิจเรื่องข้าวกล้องงอก ได้สักพักก็เริ่มเปิดเวปนู้น เวปนี้ดูว่ามันจะปลูกได้จริงเหรอ ไอ้ข้าวกล้องเนี่ย …เมื่อร้อนวิชาก็เลยเริ่มทดลองดูซะเลย ฮิฮิ

๑๔ ก.ค. ๕๗ — เวลาประมาณ ๓ ทุ่ม เริ่มเพาะข้าวกล้องงอก โดยนำข้าวกล้องหอมมะลิแดงที่ซื้อมาจากตลาดมาคัดเลือกเมล็ดที่มีจมูกข้าวที่สมบูรณ์ แล้วนำไปแช่น้ำไว้ประมาณ ๓ ชั่วโมง ต่อจากนั้นนำมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่แล้วห่อด้วยพลาสติกห่ออาหารอีกครั้งเพื่อให้เมล็ดข้าวกล้องชุ่มชื้นตลอดเวลา แต่ต้องไม่แฉะเกินไปเพราะอาจจะทำให้เมล็ดข้าวเน่าเสียก่อน 

เพาะเมล็ดข้าวกล้องหอมมะลิแดงด้วยกระดาษทิชชู่

เพาะเมล็ดข้าวกล้องหอมมะลิแดงด้วยกระดาษทิชชู่

 

๑๖ ก.ค. ๕๗ — เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า เมล็ดข้าวกล้องเริ่มงอกรากอ่อนออกมาให้เห็น ก็นำมาเพาะต่อในกระถาง (นำกล่องเสียบมีดมาหุ้มด้วยถุงหูหิ้วดินที่นำมาใช้เป็นดินที่หาซื้อตามท้องตลาดทั่วๆไป (ราคาดินถุงละ ๒๐ บาท) 

 

๑ เมล็ด ๑ หลุม

๑ เมล็ด ๑ หลุม

 

๑๘ ก.ค. ๕๗ — แค่สองวันต้นกล้าข้าวกล้องงอก ยาวขึ้นเป็น ๒ เซนติเมตรแล้ว

 

๒ วันข้าวกล้องงอกสูงขึ้นเป็น ๒ เซนติเมตร

๒ วันข้าวกล้องงอกสูงขึ้นเป็น ๒ เซนติเมตร

 

 

 

June 23, 2014 – Went to Lopburi

ฤกษ์งามยามดีออกเดินทางจากกรุงเทพเวลา ๐๙.๓๐ น. ถึงลพบุรีเวลา ๑๑.๓๐ น. ขับรถด้วยอัตราเร็ว ๑๒๐ กม./ชม. เป็นบางเวลา เอาของไปเก็บที่บ้านพักแม่ครูนิจในค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  หลังจากนั้นแม่ครูนิจพาไปกินลาบเป็ด(ที่ไหนไม่รู้) ในจังหวัดลพบุรี สั่งลาบเป็ด ซึ่งรสชาดอร่อยมาก แต่เมนูอย่างอื่นเกือบอร่อยละ ถ้าไม่รวมถึงนมย่าง

หลังจากจัดของคาวเสร็จแล้วก็ไปต่อด้วยไอศกรีมก่อนทางเข้าหมู่บ้านของบ้านแม่ครูนิจ แล้วจึงพากันเข้าบ้านเพื่อไปดูบ้านเตรียมรีโนเวท เตรียมพร้อมก่อนเกษียณ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกับแม่ แม่เข้าไปที่บ้านพักในค่ายก่อนส่วนเราได้ไปที่ร้าน ฅ.กาแฟซดสด เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ บรรยากาศในร้านร่มรื่นมาก มีต้นไม้ กล้วยไม้ ดอกไม้ โทนสีม่วงเยอะแยะไปหมด สงสัยเจ้าของร้านจะชอบสีม่วงเป็นพิเศษ

 

ฅ.กาแฟซดสด

ฅ.กาแฟซดสด

อิ่มหนำกับกาแฟแล้วก็กลับเข้าไปในบ้านพักในค่าย เพื่อรอกินข้าวเย็น และหอบเสบียงกลับมากรุงเทพด้วย ระหว่างรอ ก็ได้ล้างรถกันซักหน่อย เนื่องจากไม่ได้ล้างมานาน แล้วก็ตัดกิ่งชบา ต้นกวักทรัพย์ เอามาปลูกด้วย

February 16, 2014 – Happy birthday to ครูพี่นิจ

วันนี้มีสอนครึ่งวัน แต่ยังไม่มีแผนการณ์ว่าจะไปไหนกันดีเพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดให้ครูนิจ แต่พอขึ้นรถได้ก็ตัดสินใจไปหาอะไรกินที่บางแสนกันดีกว่า

ออกเดินทางช้าไปหน่อย เกือบบ่ายโมงแล้วเริ่มหิวก็กันบ้าง แต่ระหว่างทางไปบางแสน ไปทางมอเตอร์เวย์ก็เจอฝนระหว่างทางด้วย รถที่ไม่ได้ล้างมานาน มีคราบฝุ่นเยอะ เจอะฝนเข้าไปนี่รถเน่าจริงๆ ฮาๆ

แต่ก่อนจะกินอาหารมื้อหนักกัน ก็ได้แวะร้านต้นเค้กกันก่อน เพราะร้านต้นเค้กไม่ไกลจากหาดบางแสนนัก ร้านเค้าจัดเป็นสไตล์ยุโรปให้ถ่ายรูปได้น่ารักดี แต่ว่าระบบเก็บเงินด้วยอาม่านี่ น่าจะต้องปรับปรุงกันบ้าง ฮาๆ

ได้เค้กมาสองชิ้น ไว้ท์ช้อคชีสเค้ก แบล็คเบอรี่เค้ก กินกันชิลๆ เกือบชั่วโมง เหอๆ จึงได้ฤกษ์เดินทางไปชายหาดบางแสนต่อไป

เค้กของร้านต้นเค้ก

เค้กของร้านต้นเค้ก

มาถึงชายหาดบางแสนแล้ว ก็ไม่ค่อยประทับใจนักเนื่องจาก ไม่เห็นชาดหาดเลย เห็นแต่ร่มร้านค้า บังสายตากับทะเลกันเต็มชายหาดไปหมด เหอๆ …เทศบาลแสนสุขเค้าน่าจะคิดอะไรได้บ้างนะเนี่ย เฮ้อ!!

ณ ชายหาดบางแสน

ณ ชายหาดบางแสน

แต่ไม่เป็นไร ลองขับรถหาวิวสวยๆ นั่งกินลม ชมวิวกันก่อน น่าจะดี แล้วก็ได้มาได้วิวใกล้ๆเขาสามมุก เค้ามีจัดงานคล้ายๆ งานวัด ก็เลยแวะเข้ามาเดินเล่นถ่ายรูปประทับใจกันก่อน กินอาหารกลางวัน (สี่โมงเย็นแล้วยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย เหอๆ) แต่ระหว่างเข้าจอดรถ ดันไม่ระหว่างสปอยเลอร์ด้านหน้า ก็เลยเอาไปขูดกับขอบถนนไปซะ ๑ แผล T_____T (ขอโทษครูนิจไปหลายรอบ แหะๆ)

เดินเที่ยวงานวัดก่อนกินข้าวเย็น (ข้าวมื้อกลางวัน)

เดินเที่ยวงานวัดก่อนกินข้าวเย็น (ข้าวมื้อกลางวัน)

จากนั้นตะวันก็ลับขอบฟ้าเรื่อยๆ แล้วก็ยังไม่ได้ที่กินข้าวกลางวัน ฮาๆ แต่แล้วก็ได้มาร้าน ป.ประมง ร้านนี้มีทัวร์มาลงเยอะ เราก็เลยคิดว่าน่าจะโอ แต่…เข้ามาแล้วมันไม่ค่อยโออย่างที่คิดไว้ เนื่องจากเราน่าจะไม่ใช่ลูกค้าหลักของทางร้าน บริการก็เลยห่วยแตก เหอๆ แต่อาหารเค้าก็รสชาดดี แต่ที่แน่ๆ ไม่อยากแนะนำให้ใครมากินด้วยจำนวนคนน้อยๆ ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับบริการที่ดีก็เป็นได้