Inner peace

#include
/*
#define STRINGIZE(x) #x
#define STRINGIZE_VALUE_OF(x) STRINGIZE(x)
*/

struct _inparm_t;
struct _outparm_t;
typedef struct _inparm_t inparm_t;
typedef struct _outparm_t outparm_t;
typedef long (*fnl_ppapi)(const inparm_t*, outparm_t*);
typedef long (*fnl_api)(const inparm_t*, outparm_t*, fnl_ppapi, fnl_ppapi);

struct abc_parm
{
long a;
long b;
long res;
};

long abc_preadd(const inparm_t* in, outparm_t* out)
{
long rc = 0;
if (!in)
{
printf(“no in param\n”);
}
if (!out)
{
printf(“no out param\n”);
}
return rc;
}

long abc_postadd(const inparm_t* in, outparm_t* out)
{
long rc = 0;
struct abc_parm* inp = 0;
struct abc_parm* outp = 0;
if (in)
{
inp = (struct abc_parm*)in;
}
if (out)
{
outp = (struct abc_parm*)out;
if (inp)
{
printf(“%ld + %ld = %ld\n”,
inp->a, inp->b, outp->res);
}
}
return rc;
}

long abc_add(const inparm_t* in, outparm_t* out, fnl_ppapi pre, fnl_ppapi post)
{
long rc = 0;
struct abc_parm* inp = 0;
struct abc_parm* outp = 0;

if (pre && (rc = pre(in, out)) != 0)
{
return rc;
}

/* do something here */
if (in)
{
inp = (struct abc_parm*)in;
}
if (out)
{
outp = (struct abc_parm*)out;
if (inp)
{
outp->res = (inp->a + inp->b);
}
}

if (post && (rc = post(in, out)) != 0)
{
return rc;
}
return rc;
}
int main(int argc, char* argv[])
{
/*printf(“version: %s\n”, STRINGIZE_VALUE_OF(VERSION));*/
struct abc_parm parm = { 1, 2, 0 };
abc_add((const inparm_t*)&parm, (outparm_t*)&parm, abc_preadd, abc_postadd);
abc_add(0, 0, abc_preadd, abc_postadd);
return 0;
}

 

November 13, 2014 – Preview wedding

หลังจากได้เริ่มเตรียมงานมงคล จนได้สถานที่ เป็นรีสอทร์ทเล็กๆ แบบส่วนตัว ริมทะเล นั่นก็คือ แหลมสิงห์ไวท์เฮ้าท์รีสอร์ท เห็นครั้งแรกก็ประทับใจเลย ทั้งรูปแบบห้องพัก และบรรยากาศรอบๆ อะไรๆก็เหมือนจะเข้าที่เข้าทาง อยู่กันมาได้อย่างสบายใจ เพราะได้คุยกับทางออแกไนซ์เซอร์  (ลันตา  เมมโมรี่ออฟเลิฟ) ไว้เรียบร้อย

…แต่ก็มาโดนความไม่รับผิดชอบ ความไม่ซื่อสัตย์ ไม่ตรงต่อเวลา ที่สำคัญโกหกเรื่องการลงดูพื้นที่ เพื่อจัดเตรียมงานให้เข้ากับตีม ขอเลื่อนเวลา นัดส่งเลย์เอ้าท์ เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนทางว่าที่เจ้าสาว ไม่ปลื้มอย่างมาก สั่งปลดออแกไนซ์เซอร์เจ้านี้กลางอากาศเลย ตั้งใจจะจัดซะเอง แต่ก็ไม่มีทั้งแรงงาน และเวลา คราวนี้ก็ได้แต่หาออแกไนซ์เซอร์เจ้าใหม่ ได้แต่หวังว่าเจ้าใหม่นี้เค้าจะไม่เป็นแบบเจ้าที่ผ่านมานะ คิดๆแล้ว นี่เป็นนิสัยของคนจันท์ที่เราเจอบ่อยๆ แต่ก็ไม่ชินกับนิสัยแบบนี้ซักที จะว่าไป งานเราตอนนี้ก็ยังไม่ไปถึงไหนเลย เหมือนจะมีเวลาอีกตั้งเดือน แต่เอาเข้าจริงๆ ต่างคนต่างงานยุ่งเวลาแต่ละวันก็ผ่านไปเร็วมาก ว่าที่เจ้าสาวเค้าบอกว่าทัน ยังไงก็ทัน ก็คงต้องเชื่อนักวางแผนแบบเค้าล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า

August 26, 2014 – Start preparing to be a bridegroom

เริ่มต้นวางแผนการเงิน การจัดเตรียมงาน ธีมในงานแต่งงานกันตั้งแต่บัดนี้แล้ว เพราะวันที่ ๒๕ ธ.ค. ๕๗ นี้ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่จะสละโสดเสียที เผลอแป๊บเดียวเรารู้จักกันมาสิริรวมได้ ๕ ปี แล้วสินะ  เพอร์เฟคชั่นนิสต์แบบครูนิจ กว่าจะพิชิตใจได้ เล่นเอาเกือบถอดใจไปหลายหนเหมือนกัน แต่เราก็พิชิตใจจนสำเร็จ แสดงว่าเราก็ไม่ธรรมดานะเนี่ย ฮิฮิ

Wedding date

Wedding date

ฤกษ์วันแต่งได้มาเป็นวันคริสต์มาส ได้มาจากคุณพ่อของแพน เพื่อนครูนิจ เปิดตำรามาเป็น ฤกษ์ปุรณเศรษฐี วันพฤหัสบดี ขึ้น ๕ ค่ำ เป็นฤกษ์ดีและฤกษ์สะดวกด้วย ส่วนเวลาส่งตัวเจ้าสาว ๙.๑๕ น. ฮี่ๆ

เวลาดูจะจำกัดแค่ ๔ เดือน เหมือนจะนานแต่ก็คงไม่นานนัก การจัดการต่างๆ ที่ต้องให้ลงตัวที่สุดดีที่สุดภายใน ๑ วัน ต้องวางแผนประสานงานทั้งที่จันทบุรีและที่กรุงเทพ เพราะสถานที่จัดงานอยากได้เป็นริมทะเล รีสอร์ทน่ารักๆ หรือโรงแรมดีๆ ราคาไม่แพงที่ยินดีรับจัดพิธีสงฆ์ตอนเช้าได้ ฮิๆ

July 29, 2014 – 56th Blood Donation

ครั้งที่ ๕๖ แล้วสินะที่ได้บริจาคเลือด …แต่วันนี้ตั้งใจออกไปบ้าน มรว. คึกฤทธิ์ ที่สวนพลู กับครูนิจด้วยกัน เพื่อไปดูทำเลเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยงมงคลซะหน่อย แต่แล้วเปลี่ยนใจแวะไปดูที่สยามสมาคม ในพระบรมชินูปถัมภ์ ที่อโศกแทน แหะๆ เพราะโทรสอบถาม บ้าน มรว. คึกฤทธิ์ แล้ว ราคา ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ไม่มีอะไรให้เลย ต้องเช่าที่จอดรถเพิ่มอีกวันละ ๔,๐๐๐ บาท มาที่สยามสมาคมโดยนั่ง MRT มาลงที่สถานีสุขุมวิท ออกประตู ๑

เป็นสวนร่มรื่นบ้านเรือนไทย (บ้านคำเที่ยง) มีห้องประชุมจัดงานได้ประมาณ ๒๐ โต๊ะ ราคาเช่าสถานที่ก็ ๕๐,๐๐๐ บาทถ้วน รวมโต๊ะ รวมเครื่องเสียง โปรเจคเตอร์ ที่จอดรถบนตึกอีกประมาณ ๙๐ คัน และตรงด้านหน้าสมาคมอีก ๒๕ คันแต่ไม่รวมอาหารและการจัดตกแต่งอื่นๆ (แพงจริงๆ) คาดว่ารวมเบ็ดเสร็จแสนนึงไม่น่าจะอยู่ เปลืองสิ้นดี ผิดคอนเซปครูนิจ เรียบง่าย งบไม่บานปลาย จึงต้องแคนเซิลที่นี่ไป

บ้านคำเที่ยง (สยามสมาคม)

บ้านคำเที่ยง (สยามสมาคม)

 

July 18, 2014 — จุฬาอาสาช่วยกาชาด

เมื่อวาน ๑๗ ก.ค. ๕๗ ไปเที่ยวงานจุฬาอาสาช่วยกาชาดกับครูนิจมา ตั้งใจจะแวะไปดูต้นไม้(ถ้ามี) แต่จริงๆ เป็นผลพลอยได้จากการไปแวะกินสเต็กที่สามย่านมา

ในงานกาชาดที่ไหนๆ ก็มีแต่ร้านขายเสื้อผ้ากว่า ๗๐% เป็นร้านอาหารอีก ๒๐% ส่วน ๑๐% เป็นอื่นๆ เหอๆ

ได้ข้าวกล้องหอมมะลิ ได้เจเล่บิวตี้มา ๒๐ ห่อแน่ะ ก็เค้าขายห่อนึงแค่ ๒๐ บาท (มี ๓ ถุง) เอามาขายให้เด็กๆ ก็ถุงละ ๑๐ บาทเอง เหอๆ เด็กที่มาเรียนนี่สบายใจได้ ฮ่าๆ ฐานะมั่นคงทุกคน

กลับมาจากงานจุฬาเกือบมาสอนไม่ทัน เหอๆ มาเตรียมตัวสอนกันพัลวันไปเลย ฮ่าๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

July 16, 2014 – Study Life cycle of rice

ก่อนเริ่มการศึกษาได้ลองเปิดเวป ได้คุยกับครูนิจเรื่องข้าวกล้องงอก ได้สักพักก็เริ่มเปิดเวปนู้น เวปนี้ดูว่ามันจะปลูกได้จริงเหรอ ไอ้ข้าวกล้องเนี่ย …เมื่อร้อนวิชาก็เลยเริ่มทดลองดูซะเลย ฮิฮิ

๑๔ ก.ค. ๕๗ — เวลาประมาณ ๓ ทุ่ม เริ่มเพาะข้าวกล้องงอก โดยนำข้าวกล้องหอมมะลิแดงที่ซื้อมาจากตลาดมาคัดเลือกเมล็ดที่มีจมูกข้าวที่สมบูรณ์ แล้วนำไปแช่น้ำไว้ประมาณ ๓ ชั่วโมง ต่อจากนั้นนำมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่แล้วห่อด้วยพลาสติกห่ออาหารอีกครั้งเพื่อให้เมล็ดข้าวกล้องชุ่มชื้นตลอดเวลา แต่ต้องไม่แฉะเกินไปเพราะอาจจะทำให้เมล็ดข้าวเน่าเสียก่อน 

เพาะเมล็ดข้าวกล้องหอมมะลิแดงด้วยกระดาษทิชชู่

เพาะเมล็ดข้าวกล้องหอมมะลิแดงด้วยกระดาษทิชชู่

 

๑๖ ก.ค. ๕๗ — เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า เมล็ดข้าวกล้องเริ่มงอกรากอ่อนออกมาให้เห็น ก็นำมาเพาะต่อในกระถาง (นำกล่องเสียบมีดมาหุ้มด้วยถุงหูหิ้วดินที่นำมาใช้เป็นดินที่หาซื้อตามท้องตลาดทั่วๆไป (ราคาดินถุงละ ๒๐ บาท) 

 

๑ เมล็ด ๑ หลุม

๑ เมล็ด ๑ หลุม

 

๑๘ ก.ค. ๕๗ — แค่สองวันต้นกล้าข้าวกล้องงอก ยาวขึ้นเป็น ๒ เซนติเมตรแล้ว

 

๒ วันข้าวกล้องงอกสูงขึ้นเป็น ๒ เซนติเมตร

๒ วันข้าวกล้องงอกสูงขึ้นเป็น ๒ เซนติเมตร

 

 

 

June 23, 2014 – Went to Lopburi

ฤกษ์งามยามดีออกเดินทางจากกรุงเทพเวลา ๐๙.๓๐ น. ถึงลพบุรีเวลา ๑๑.๓๐ น. ขับรถด้วยอัตราเร็ว ๑๒๐ กม./ชม. เป็นบางเวลา เอาของไปเก็บที่บ้านพักแม่ครูนิจในค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  หลังจากนั้นแม่ครูนิจพาไปกินลาบเป็ด(ที่ไหนไม่รู้) ในจังหวัดลพบุรี สั่งลาบเป็ด ซึ่งรสชาดอร่อยมาก แต่เมนูอย่างอื่นเกือบอร่อยละ ถ้าไม่รวมถึงนมย่าง

หลังจากจัดของคาวเสร็จแล้วก็ไปต่อด้วยไอศกรีมก่อนทางเข้าหมู่บ้านของบ้านแม่ครูนิจ แล้วจึงพากันเข้าบ้านเพื่อไปดูบ้านเตรียมรีโนเวท เตรียมพร้อมก่อนเกษียณ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกับแม่ แม่เข้าไปที่บ้านพักในค่ายก่อนส่วนเราได้ไปที่ร้าน ฅ.กาแฟซดสด เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ บรรยากาศในร้านร่มรื่นมาก มีต้นไม้ กล้วยไม้ ดอกไม้ โทนสีม่วงเยอะแยะไปหมด สงสัยเจ้าของร้านจะชอบสีม่วงเป็นพิเศษ

 

ฅ.กาแฟซดสด

ฅ.กาแฟซดสด

อิ่มหนำกับกาแฟแล้วก็กลับเข้าไปในบ้านพักในค่าย เพื่อรอกินข้าวเย็น และหอบเสบียงกลับมากรุงเทพด้วย ระหว่างรอ ก็ได้ล้างรถกันซักหน่อย เนื่องจากไม่ได้ล้างมานาน แล้วก็ตัดกิ่งชบา ต้นกวักทรัพย์ เอามาปลูกด้วย

February 16, 2014 – Happy birthday to ครูพี่นิจ

วันนี้มีสอนครึ่งวัน แต่ยังไม่มีแผนการณ์ว่าจะไปไหนกันดีเพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดให้ครูนิจ แต่พอขึ้นรถได้ก็ตัดสินใจไปหาอะไรกินที่บางแสนกันดีกว่า

ออกเดินทางช้าไปหน่อย เกือบบ่ายโมงแล้วเริ่มหิวก็กันบ้าง แต่ระหว่างทางไปบางแสน ไปทางมอเตอร์เวย์ก็เจอฝนระหว่างทางด้วย รถที่ไม่ได้ล้างมานาน มีคราบฝุ่นเยอะ เจอะฝนเข้าไปนี่รถเน่าจริงๆ ฮาๆ

แต่ก่อนจะกินอาหารมื้อหนักกัน ก็ได้แวะร้านต้นเค้กกันก่อน เพราะร้านต้นเค้กไม่ไกลจากหาดบางแสนนัก ร้านเค้าจัดเป็นสไตล์ยุโรปให้ถ่ายรูปได้น่ารักดี แต่ว่าระบบเก็บเงินด้วยอาม่านี่ น่าจะต้องปรับปรุงกันบ้าง ฮาๆ

ได้เค้กมาสองชิ้น ไว้ท์ช้อคชีสเค้ก แบล็คเบอรี่เค้ก กินกันชิลๆ เกือบชั่วโมง เหอๆ จึงได้ฤกษ์เดินทางไปชายหาดบางแสนต่อไป

เค้กของร้านต้นเค้ก

เค้กของร้านต้นเค้ก

มาถึงชายหาดบางแสนแล้ว ก็ไม่ค่อยประทับใจนักเนื่องจาก ไม่เห็นชาดหาดเลย เห็นแต่ร่มร้านค้า บังสายตากับทะเลกันเต็มชายหาดไปหมด เหอๆ …เทศบาลแสนสุขเค้าน่าจะคิดอะไรได้บ้างนะเนี่ย เฮ้อ!!

ณ ชายหาดบางแสน

ณ ชายหาดบางแสน

แต่ไม่เป็นไร ลองขับรถหาวิวสวยๆ นั่งกินลม ชมวิวกันก่อน น่าจะดี แล้วก็ได้มาได้วิวใกล้ๆเขาสามมุก เค้ามีจัดงานคล้ายๆ งานวัด ก็เลยแวะเข้ามาเดินเล่นถ่ายรูปประทับใจกันก่อน กินอาหารกลางวัน (สี่โมงเย็นแล้วยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย เหอๆ) แต่ระหว่างเข้าจอดรถ ดันไม่ระหว่างสปอยเลอร์ด้านหน้า ก็เลยเอาไปขูดกับขอบถนนไปซะ ๑ แผล T_____T (ขอโทษครูนิจไปหลายรอบ แหะๆ)

เดินเที่ยวงานวัดก่อนกินข้าวเย็น (ข้าวมื้อกลางวัน)

เดินเที่ยวงานวัดก่อนกินข้าวเย็น (ข้าวมื้อกลางวัน)

จากนั้นตะวันก็ลับขอบฟ้าเรื่อยๆ แล้วก็ยังไม่ได้ที่กินข้าวกลางวัน ฮาๆ แต่แล้วก็ได้มาร้าน ป.ประมง ร้านนี้มีทัวร์มาลงเยอะ เราก็เลยคิดว่าน่าจะโอ แต่…เข้ามาแล้วมันไม่ค่อยโออย่างที่คิดไว้ เนื่องจากเราน่าจะไม่ใช่ลูกค้าหลักของทางร้าน บริการก็เลยห่วยแตก เหอๆ แต่อาหารเค้าก็รสชาดดี แต่ที่แน่ๆ ไม่อยากแนะนำให้ใครมากินด้วยจำนวนคนน้อยๆ ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับบริการที่ดีก็เป็นได้

 

 

April 19, 2014 – Songkarn trip at Pranburi & Hua Hin

วางแผนการเดินทางไปเที่ยวระหว่างสงกรานต์ไว้กันเป็นอาทิตย์ว่าจะไปหัวหิน – ปราณบุรี ระหว่างเทศกาลสงกรานต์ แล้วก็ถึงวันที่จะต้องเดินทางกัน แต่ทริปนี้ทั้งครูนิจและเราไม่มีการเตรียมหาที่พักไว้ก่อนเนื่องจากคาดการณ์ว่าช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์คงจะหาที่พักได้ไม่ยากเกินไปนัก

๑๖ เม.ย. ๕๗ ออกเดินทางไปยังหัวหินก่อน เพื่อจะหาอะไรกินตอนกลางวัน ครูนิจแนะนำร้านอาหารยอดฮิตที่หัวหินซอย ๕๑ นั่นคือ ข้าวเหนียว ส้มตำ หมูย่างน้ำตก เป็นร้านข้างถนนแต่คนเยอะมาก น่าจะเป็นร้านยอดฮิตของที่นี่ก็ว่าได้

ส้มตำร้านนี้ติดหวาน (มากๆ) เผ็ดสุดๆ แต่ที่แน่ๆ ราคาย่อมเยา อิ่มนี้ทั้งสิ้น ๒๕๐ บาท อากาศร้อน อาหารเผ็ดแบบนี้อยากจะถึงที่พักเร็วๆ แต่เนื่องด้วยยังไม่ได้จองที่พักไว้ก่อนจึงต้องรีบเดินทางไปปราณบุรีกันก่อน เพราะสอบถามราคาที่พักไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าที่พักอยู่ตำแหน่งไหนของปราณบุรี …ขับรถจากหัวหินไปปราณบุรีเพียง ๒๕ ก.ม. เท่านั้น แต่เสียเวลาหลงทางกันซะนานไปหน่อย พอถึงริมหาดที่ปราณบุรีก็ยังขับรถวนไปวนมาอยู่หลายรอบเพื่อหาที่พักที่ติดต่อไว้ชื่อ Red Rock แต่วนอยู่หลายรอบก็ยังหาไม่เจอ …สรุปก็ได้ที่พักชื่อ Il Mare Resort ค่าพักยังแรงอยู่เพราะเค้าคิดว่าเป็นช่วงเทศกาล แต่ถ้าเป็นพรุ่งนี้ก็จะลดราคาได้อีก ๕๐๐ บาท …เฮ้อ..เศร้าเล็กๆ

เข้าที่พักก็เกือบ ห้าโมงเย็นแล้ว…แต่ที่พักเค้าน่ารักดี จัดสวนได้สวย หาดทรายละเอียด สะอาด ได้เดินชายหาดไปไกลจนถึงที่ดินแปลงนึงไม่ห่างกันมากนัก มีต้นตาลอยู่หลายสิบต้นเลย มีตาลกำลังสุกหล่นอยู่ที่พื้นหลายลูกเช่นกัน ฮี่ๆ ก็เลยคิดว่าเอาไว้มาเก็บตอนเช้าก่อนกลับไปหัวหินดีกว่า เพราะแต่ละลูกมันทั้งใหญ่ทั้งหนัก ฮาๆ

ก่อนเข้าที่พักระหว่างขับรถวนไปวนมาหาที่พักนี่อย่างเครียด แต่พอได้ลงมาชายหาดแล้ว หายเหนื่อย หายเครียดกันปลิดทิ้ง ทั้งครูนิจและเรา ฮาๆ

ชาดหาดส่วนตัว Il Mare Resort

ชาดหาดส่วนตัว Il Mare Resort

๑๗ เม.ย. ๕๗ ตอนเช้าก็เดินออกไปเก็บลูกตาลที่หมายตาไว้แล้ว ได้มา ๓ ลูก พร้อมกับลูกนกอีก ๑ ตัว ฮาๆ เจอมันระหว่าเข้าไปเก็บลูกตาล ไม่รู้ว่านกอะไรแต่ดูแล้วน่าจะเป็นนกกินเนื้อ เพราะปากมันเหมือนนกเหยี่ยว

ลูกนกที่เก็บมาจากสวนตาล

ลูกนกที่เก็บมาจากสวนตาล

จากนั้นก็ออกเดินทางกลับมายังหัวหินกันต่อ เพื่อจะหาที่พักที่หัวหินต่อ แต่ก็ยังไม่ได้กินอาหารกลางวัน และที่พักก็ยังไม่ได้ ก็วนไปวนมาหาที่กินอีกหลายรอบ ตอนแรกก็แวะไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูใกล้ๆเพลินวาน แต่ที่จอดรถไม่มีก็เลย ขับรถวนไปดูที่พักก่อนเผื่อว่าจะมีที่กิน ก็แวะไปที่ Phant เป็นเหมือนห้องแถว ส่วน i-style เป็นเหมือนคอนโดเล็กๆ ห้องดูเก่าๆ ไม่ค่อยสะอาด จึงยกเลิกหาที่พักชั่วคราวแล้วก็ไปหาอะไรกินกันก่อน เพราะมันเกือบบ่ายสองแล้ว …เมื่อคิดอะไรไม่ได้ เพราะร้านอาหารปิดไปหลายร้าน ก็เลยได้กลับมากินร้านส้มร้านเมื่อวานนั่นเอง

อิ่มอาหารคาวแล้วก็หาอาหารหวานกินซะก่อนที่จะเดินทางหาที่พักกันต่อ ได้เข้าไปที่ร้าน Eighteen Below เป็นร้านกาแฟ เค้ก …ได้นั่นห้องแอร์เย็นๆ กินเค้ก กาแฟ กันให้คลายเครียดกันแล้ว ก็ตกลงตัดใจไปหาที่พักต่อ ที่ตัดสินใจหลังกินอิ่มแล้วก็เป็น Phant แต่แล้วก็ผิดหวังเนื่องจาก ไปคราวนี้ห้องพักเต็มเรียบร้อย เหอๆ …ก็ได้แต่ขับรถหาที่พักต่อไป …และแล้วก็มาลงเอยที่ ​Sala At Hua Hin เป็นโรงแรม ไม่ห่าง Venezia ที่ตั้งใจจะแวะเที่ยวตอนค่ำก่อนพักผ่อนคืนนี้ด้วย

หลังจากได้ห้องพักเรียบร้อย ก็อาบน้ำแต่งตัวให้สบายใจแล้วก็มุ่งหน้าไป The Venezia Hua Hin กันเลย ที่ Venezia หัวหินจะเป็นที่เที่ยวถ่ายรูปแบบตะวันตก เหมือนกับเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เดินถ่ายรูปกันจนเมื่อยไปหลายรอบ เหอๆ เรือกอนโดล่าก็ไม่นั่ง ฮาๆ

เรือกอนโดล่า

เรือกอนโดล่า

 

รอจนค่ำมีน้ำพุเต้นระบำ มีแสงสีสวยตระกานตา (ตามอัตภาพ ฮาๆ) ที่แน่ๆ ทั้งครูนิจและเรา วิ่งเข้าไปถ่ายรูประหว่างน้ำพุกำลังมีแสดงอยู่ด้วย ฮาๆ เปียกปอนกันเล็กน้อย

 

๑๘ เม.ย. ๕๗ เช็คเอ๊าท์ตอนเที่ยง เพื่อเดินทางกลับ แต่รู้สึกว่ามันจะถึงกรุงเทพเร็วไป ครูนิจก็เลยชวนแวะสวนลิ้นจี่ที่อัมพวา แต่ก่อนถึงอัมพวาก็แวะระหว่างทางเพื่อหาซื้อลูกตาลอีกสักลูกสองลูกเพื่อเอามาปลูกในที่นาก่อน ฮาๆ ก็ได้ลูกตาลเพิ่มมาอีก ๔ ลูก แหะๆ

เดินทางไปอัมพวาอีกไม่นานก็ถึง แต่ว่าสวนไหนล่ะที่จะเปิดให้เข้าไปชม ไปชิม ไปซื้อลิ้นจี่กลับบ้านก็ยังไม่รู้ ก็ได้แต่ขับรถไปช้าๆ เรื่อยๆ แล้วก็มองเข้าไปในสวน แล้วก็มาเจอสวนดำรงไทย เป็นบ้านสวนเล็กๆ เจ้าของบ้านต้อนรับดีมาก เป็นมิตร เป็นกันเองสุดๆ เดินเข้าไปในสวนชิมลิ้นจี่กันเป็นกิโลๆ กันเลยทีเดียว ประมาณว่ากินไม่อิ่มยังไม่ต้องกลับบ้านว่างั้นเหอะ ฮาๆ

กลับมาจากเดินชมสวนแล้วก็มานั่งกินไป คุยกันไป ได้ความมาว่าปีนี้เป็นปีแรกในรอบสามปีที่ได้ผล เพราะสามปีที่ผ่านมาไม่มีความหนาวเลย ดอกลิ้นจี่ไม่ติดผลนั่นเอง …ก่อนกลับก็ได้ลิ้นจี่ค่อม อัมพวา มา ๓ ก.ก.

เดินทางกลับกรุงเทพ เจอปัญหาเล็กน้อยคือน้ำมันหมด ฮาๆ ต้องแวะเติมน้ำมันเล็กน้อยก่อนกลับมากรุงเทพ ที่ปั๊มเชลล์ ซึ่งปกติจะเติมแต่ปั๊มบางจาก …จากนั้นก็เดินทางกลับถึงกรุงเทพด้วยความปลอดภัย

 

 

 

 

7-APR-14

Posted on: April 8, 2014

April 7, 2014 – A mini Prachinburi trip

วันนี้ก็ได้ออกจากกรุงเทพไปเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรีซึ่งเป็นทริปใกล้ๆกรุงเทพไปเช้า – เย็นกลับได้สบายๆ คราวนี้เดินทางไป – กลับรวมระยะทางประมาณ ๒๙๗ ก.ม. ใช้น้ำมันไปครึ่งถังหรือประมาณ ๕๐๐ บาท

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ไปจังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากวันนี้มีสอนเด็กตอนเช้าและบ่าย แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดชดเชย เด็กๆจึงมาเรียนกันน้อย ครูนิจก็เลยตัดสินใจสอนแค่ตอนเช้าอย่างเดียว ส่วนตอนบ่ายก็งด ฮี่ๆ ทริปนี้ก็เลยบรรเจิดมาได้ จริงๆคิดกันว่าน่าจะไปสุพรรณบุรีแต่ติดม็อบเสื้อแดงที่มันสนับสนุนยิ่งลักษณ์ให้เป็นนายกที่บริหารประเทศไม่เป็น โกงกินบ้านเมือง และอื่นๆที่ทำให้ประเทศชาติล่มจมอีกหลายอย่าง (ไม่รู้ว่าพวกที่สนับสนุนยิ่งลักษณ์คิดอะไรกันอยู่ เฮ้อ เศร้าใจ)

มาต่อด้วยการเดินทางกันดีกว่า… เริ่มจากตัดสินใจว่าจะไปปราจีนเส้นทาง กรุงเทพ – สมุทรปราการ – ฉะเชิงเทรา – ปราจีนบุรี (มอเตอร์เวย์ ทางหลวงหมายเลข ๗) เพราะคิดว่าน่าจะมีรถน้อยไปสะดวก แต่ที่ไหนได้เจอแต่รถบรรทุกสิบล้อเพียบตลอดทาง ครูนิจก็นั่งช่วยเราเบรคตลอดทางจนถึงวัดสระมรกตทีเดียว แหะๆ

ก่อนตัดสินใจแวะเข้าวัดสระมรกตก็เพราะวันนี้ขับรถด้วยการใช้สมาธิสูงมากแล้วก็รู้สึกถึงความสับสนในการขับรถ ก็เลยชวนครูนิจแวะไปนมัสการกราบพระที่วัดก่อน แต่วัดแรกที่แวะเข้าไปไม่เจอพระเลย ก็เลยเวียนออกมาจนกระทั่งขับไปเหลือบเห็นป้ายแสดงแหล่งท่องเที่ยวเขียนถึงวัดสระมรกต ก็เลยได้แวะเข้ามาสงบจิตใจที่วัดนี้แหละ แหะๆ

วัดสระมรกต ปราจีนบุรี

วัดสระมรกต ปราจีนบุรี

ป้ายหน้าทางเข้าเค้าเขียนเป็นภาษาไทยรูปแบบเหมือนกับอักษรเขมรหรือไม่ก็อักษรลาว เจ๋งมาก ชอบๆ นั่นก็เลยต้องแวะถ่ายรูปกันซะหน่อย แต่ยิ่งกว่านั้นมีต้นตาลฟ้ากำลังออกลูกเยอะมาก เราก็เลยเก็บมาเพื่อมาขยายพันธุ์ต่อไป ฮิฮิ

เมล็ดตาลฟ้าหน้าทางเข้าวัดสระมรกต

เมล็ดตาลฟ้าหน้าทางเข้าวัดสระมรกต

เข้าไปในวัดสระมรกตมีรอยพระพุทธบาทคู่อยู่ในวัดด้วย ถือว่าโชคดีอยู่บ้างเพราะปีนี้ครูนิจอยากไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่เขาคิชกูฏแต่ก็ไม่ได้ไป ทางเดินไปนมัสการรอยพระพุทธบาทร่มรื่นมาก อยากปลูกป่าไว้หน้าทางเข้าที่นาแบบนี้บ้างจัง ฮี่ๆ ได้เก็บภาพสวยๆของบริเวณวัดและรอยพระพุทธบาทไว้หลายรูปทีเดียว

ลานนมัสการรอยพระพุทธบาทคู่

ลานนมัสการรอยพระพุทธบาทคู่

จากนั้นก็ออกจากวัดเพื่อเดินทางไปยังโรงพยายาอภัยภูเบศรซึ่งตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแนวผสมแบบฝรั่งเศสยุคบาร็อค (Baroque)

ใช้เวลาเดินทางอีกไม่นานนักก็มาถึงโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ก้าวแรกที่เข้าไปดูก็เป็นสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่โรงพยาบาลเค้าจัดไว้ให้ความรู้แก่คนที่เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการของทางโรงพยาบาล

สวนสมุนไพรอภัยภูเบศร

สวนสมุนไพรอภัยภูเบศร

ต่อจากเดินรับความรู้ในสวนสมุนไพรแล้วก็เดินเข้ามายังตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นตึกสมัยรัชกาลที่ ๕ สร้างหลังครั้งเมื่อ ร.๕ เสด็จประพาสมาเยี่ยมเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ปราจีนบุรี เพื่อหวังว่า ร.๕ เสด็จประพาสครั้งต่อไปจะได้มีที่ประทับอย่างสมพระเกียรติ แต่สร้างยังเสร็จ ร.๕ ทรงสวรรคตเสียก่อน

ภายในตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ภายในตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

 

ก่อนกลับกรุงเทพก็แวะหาอะไรกินก่อน ร้านที่ไปชื่อชมชล อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง บรรยากาศดี แต่บริการไม่ดี สภาพร้านไม่มีการบำรุงดูแลรักษาเท่าที่ควรจะเป็น

เดินทางกลับด้วยเส้นทาง ปราจีนบุรี – นครนายก – กรุงเทพ ขากลับรู้สึกปลอดภัยกว่าขามาหลายเท่า เพราะไม่เจอรถบรรทุกตลอดเส้นทาง ถนนดี รถไม่ติดอย่างที่คิดเอาไว้อีกด้วย

 

March 2021
M T W T F S S
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031